Climate Change สภาพอากาศโลกเปลี่ยน สาเหตุปัญหาผิวที่รู้ก่อนป้องกันได้

สภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ทุกคนเริ่มตระหนักรู้มากขึ้น จากการที่สภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปอย่างมากมายในทั่วทุกพื้นที่โลกตั้งแต่คลื่นความร้อนไปจนถึงดอกไม้บานเร็วไปจนถึงหิมะที่ไม่คาดคิด ซึ่งความเร่งด่วนที่ควรให้ความสนใจไม่ใช่แค่เพียงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเพื่อลดความแปรปรวนของสภาพอากาศเท่านั้น แต่การดูแลตัวเองในสภาพอากาศที่แปรปรวนก็ไม่อาจมองข้าม เพราะการดูแลตัวเองแบบเดิมๆ อาจไม่เหมาะสมในสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนังที่เป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดของร่างกายนั้นมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสุขภาพของโลก ปัจจุบันโลกมีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก ในพื้นที่ประเทศไทยเองก็มีหลายพื้นที่ที่มีอุณหภูมิแตะเกือบ 45 องศา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้มีหลายสิ่งที่เปลี่ยนไปที่กระทบต่อสุขภาพผิวที่อาจทำให้เกิดปัญหาผิวตั้งแต่ภาวะขาดน้ำ ผิวไหม้ไปจนถึงการติดเชื้อที่ผิวหนัง ผลกระทบที่รุนแรงขึ้นจากแสงแดด การระคายเคืองต่อสิ่งแวดล้อม และการส่งผ่านน้ำของแบคทีเรียและไวรัส และนี่คือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพผิวที่ทุกคนควรรู้

มลพิษทางอากาศ : เมื่ออุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น สารมลพิษบางชนิด เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และโอโซนจะมีมากขึ้นในชั้นบรรยากาศ มลพิษเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งโพลีไซคลิกไฮโดรคาร์บอนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงจะจับตัวบนผิวหนังที่สัมผัสของเราหรือถูกสูดดมและดูดซึมผ่านรูขุมขน และเมื่อมลพิษเหล่านี้เข้าไปอยู่ในร่างกายของเราแล้ว สามารถทำให้เกิดการอักเสบและทำลายเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเนื้อเยื่อผิวหนังใหม่ได้ สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยและการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี โรคผิวหนังภูมิแพ้ กลาก และสิวอักเสบได้

แสงแดด : การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศยังส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งทำให้รังสียูวี(อัลตราไวโอเลต) จำนวนมากจากดวงอาทิตย์ทะลุผ่านชั้นบรรยากาศและมาถึงผิวหนังของเราได้ รังสียูวีนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าก่อให้เกิดปัญหาทางผิวหนังในระยะยาวมากมาย รวมถึงรอยย่น ริ้วรอยก่อนวัย และที่สำคัญที่สุดคือมะเร็งผิวหนัง เนื่องจากยิ่งเราตากแดดนาน การป้องกันสารต้านอนุมูลอิสระของเราก็ยิ่งอ่อนแอลง

สภาพอากาศที่รุนแรงและแปรปรวน : วิกฤตสภาพอากาศโลกนั้นส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศ ทำให้เกิดอุณหภูมิที่ร้อนจัด น้ำท่วมที่เพิ่มมากขึ้น และความแห้งแล้ง สภาพแวดล้อมกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เอื้อให้โรคที่แพร่กระจายมาก นอกจากนี้คลื่นความร้อนและความหนาวเย็นอาจส่งผลต่อผิวหนังได้เช่นกัน เนื่องจากความชื้นในอากาศสามารถนำไปสู่ความแห้งกร้าน สะเก็ดเงิน และความไวแสงที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่สภาพอากาศหนาวเย็นสามารถดึงเกราะป้องกันน้ำมันตามธรรมชาติของผิวออกไปได้

การปกป้องสุขภาพผิวเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยตัวเรา

เรื่องของการแก้ไขสภาวะแวดล้อมให้กลับมาเป็นปกตินั้นในหลายประเทศทั่วโลกก็ได้มีการเร่งมือเพื่อที่จะทำให้สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปกลบมเป็นปกติด้วยการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่มาอาจมองข้ามได้เลยคือสุขภาพของตัวเราที่ต้องใช้ชีวิตต่อไป เพื่อให้คุณสามารถมีสุขภาพผิวที่ดีภายใต้สภาวะอากาศที่แปรปรวน อย่าลืมปรับการใช้ชีวิตประจำวันของคุณด้วยวิธีการดูแลผิวเหล่านี้

ผลิตภัณฑ์กันแดด ตัวช่วยสำคัญในการปกป้องผิว

ผลิตภัณฑ์กันแดดคือโล่แข็งแกร่งที่จะป้องกัน UV ให้กับผิวของคุณ อย่าลืมใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำในทุกวัน แม้ในเวลาที่คุณไม่คิดว่าจำเป็นต้องใช้ก็ตาม ทั้งนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดซึ่งสามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB และที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้งที่คุณอยู่กลางแจ้ง แม้จะเป็นวันที่มีเมฆมาก ควรใช้ให้ทั่วใบหน้า ลำคอ แขน ขา และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย อย่างน้อย 20 นาทีก่อนออกไปข้างนอก และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือหลังว่ายน้ำหรือเหงื่อออก

หลีกเลี่ยงช่วงเวลาทำร้ายผิว

หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน ระหว่างเวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความอันตรายทั้งในแง่ของความร้อนและรังสี แต่ถ้าหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเหล่านี้ได้ ให้ลองทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงขึ้นและทาซ้ำทุกๆ 60-90 นาที

รักษาความชุ่มชื้นให้ผิว

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งและดูหมองคล้ำได้ ดื่มน้ำมากๆ ตลอดทั้งวันเพื่อให้ผิวของคุณชุ่มชื้นและอิ่มเอิบ ทั้งนี้เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ควรเลือกใช้ขวดน้ำที่ใช้ซ้ำได้แทนการซื้อน้ำขวดเพื่อให้ความการเติมน้ำให้ร่างกายและผิวของคุณ ควบคู่ไปกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วย

เติมวิตามินให้ร่างกาย

วิตามินอีและวิตามินซีมีความสำคัญต่อสุขภาพผิวอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการป้องกันรังสียูวี นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากอนุมูลอิสระโดยการต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย แต่การได้รับรังสียูวีจะทำให้ระดับวิตามินอีและซีในผิวหนังลดลง นอกจากนี้วิตามินอียังมีปริมาณลดลงตามอายุอีกด้วย เพื่อให้ผิวแข็งแรงพร้อมสู้กับรังสียูวี ควรเลือกทานอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมากในอาหารของคุณ เช่น แครอท, ผักใบเขียว, บลูเบอร์รี่, แตงโม นอกจากนี้ควรมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและรวมไว้ในขั้นตอนการดูแลผิวประจำวันของคุณด้วยจะดีมาก

เมื่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น หลายคนทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจ หลายประเทศยกระดับมาตรการในการรับมือและแก้ไขสภาวะอากาศโลกที่เปลี่ยนไป ซึ่งเราเองก็สามารถเริ่มต้นในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นได้เช่นกัน เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับตัวเราเองและคนรุ่นต่อไปในอนาคต

ที่มา :

https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care/how-climate-change-can-impact-the-health-of-your-skin-plus-what-to-do-about-it

https://dermnetnz.org/topics/climate-change

https://walkindermatology.com/how-climate-change-can-affect-your-skin/

https://pulse.seattlechildrens.org/climate-change-effects-on-skin-a-qa-with-dr-markus-boos/

https://www.enrichclinic.com.au/how-climate-change-may-affect-our-skin-health/